16.11.08

ที่ประชุม จี-20 ซื้อเวลา...รอโอบามา


แล้วการประชุมของกลุ่มผู้นำ G-20 ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจก็คงจะเป็นเพียงการรวมตัวของเหล่าผู้นำเท่านั้น เพราะไม่ได้มีเนื้อหา หรือมาตรการอะไรที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

ในภาพก็คือประธานาธิบดีบุช ขนาบด้วยเฮนรี่ พอลสัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และทาโร อาโสะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น อาจจะเป็นเพราะบุชใกล้จะหมดวาระเต็มที่ ดูเหมือนผลการประชุมที่ชัดเจนก็คือ รอให้ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ โอบามา เข้ามาสานงานต่อในการประชุมครั้งถัดไป วันที่ 30 เมษายน 2009 101 วันหลังจากโอบามา สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในทำเนียบขาว

จะว่าไปก็อาจจะน่าผิดหวัง แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไร สำหรับการประชุมที่หาข้อยุติไม่ได้เช่นนี้ เพราะบุช เองก็คงไม่อยากผลักดันอะไรในระยะยาว เพราะมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้เกี่ยวข้องกับหลายๆชาติ ไม่ใช่เรื่องของสหรัฐประเทศเดียวอีกต่อไป

นอกจากผู้นำสหรัฐ แล้วก็มีผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน อินเดีย บราซิล ซาอุดิอาระเบีย อาฟริกาใต้ ตุรกี และตัวแทนอีกจาก 11 ประเทศกำลังพัฒนาร่วมหารือด้วย

เหล่าผู้แทนบอกว่าให้คำมั่นว่าจะร่วมกันทำงานต่อไป แต่ทำอะไร ทำอย่างไร รายละเอียดนั้นยังไม่มีการชี้ชัด

ประธานาธิบซาร์โกซี่ ของฝรั่งเศส ออกอาการค่อนข้างผิดหวังกับการเดินทางข้ามมหาสมุทรมาร่วมประชุมครั้งนี้ บอกว่ามาเพื่อมาประชุมไม่ได้มาท่องเที่ยว

ทางยุโรปมีจุดยืนว่า ควรจะมีกลไกควบคุมตลาดมากขึ้น และมีหน่วยงานระหว่างประเทศที่ตรวจสอบการทำงานของสถาบันการเงิน แต่ทางสหรัฐเห็นว่าผู้ตรวจสอบควรจะอยู่ในระดับชาติ เป็นข้อคิดเห็นที่ต่างกันแล้วละค่ะ เพราะสหรัฐต้องการให้คงการทำงานแบบเสรีต่อไป ขณะที่ยุโรปเห็นว่าต้องเข้มงวดกวดขันกันมากขึ้น

โอบามา ไม่ได้เข้าประชุมด้วย แต่ส่งที่ปรึกษาอย่างนางเมเดลีน อัลไบรท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เข้าไปร่วมรับฟัง เพื่อเตรียมหาแนวทางรับมือ

โดยรวม ผู้สังเกตการณ์บอกว่าการประชุมหนนี้น่าผิดหวัง

แต่ได้ข่าวว่า งานประชุมแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจนี่ใช้งบประมาณไปกับไวน์มากโขทีเดียวค่ะ Shafer Cabernet "Hillside Select" 2003 ตกขวดละ $500 หรือประมาณ 15,000 กว่าบาท หนักอยู่ละค่ะงานนี้กับงบประมาณจัดงาน !?!

หมายเหตุ: ภาพจาก New York Times

12.11.08

สลับร่าง...คิวข่าว ของ ที่นี่...ทีวีไทย


เสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำรายการที่นี่ ทีวีไทย ก็คือต้องพร้อมที่จะยืดหยุ่นตลอดเวลา ทั้งความคิดและอารมณ์ เรียกว่าต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมอารมณ์ให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที
อย่างสองวันที่ผ่านมา ประเด็นนำที่เตรียมไว้ในช่วงระหว่างวันต้องมาเปลี่ยนอย่างหมิ่นเหม่ ตอนประมาณ หกโมงเย็นค่ะ ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกค่ะที่เป็นอย่างนี้
พอมีประเด็นที่ร้อนและฮอตของวัน ก็ต้องเตรียมสลับสับเปลี่ยนคิวข่าวกันทันทีค่ะ จะว่าไปก็เป็นเรื่องปกติ แสนจะธรรมด๊า ธรรมดา สำหรับอาชีพสื่อมวลชน ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลากันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งช่วงนี้การเมืองก็มีแต่เรื่องตื่นเต้นในแต่ละวัน ประเด็นก็พร้อมเปลี่ยนทันที
อย่างวันจันทร์ที่ผ่านมา พอช่วงเย็นๆก็มีกระแสข่าวลอยมาแล้วว่า พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส กรณีที่รัฐบาลอังกฤษถอนวีซ่า ประเด็นร้อนขนาดนี้ไม่เอาขึ้นนำก็ไม่ได้แล้วค่ะ
พอมาวันอังคาร ช่วงเย็นๆคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช พิจารณาว่าคณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความผิดกรณีทุจริตเรือและรถดับเพลิงมูลค่า 6,800 ล้านบาท
ถามว่าก็รู้แล้วว่าจะต้องมีประเด็นเหล่านี้ตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ
ก็พอจะรู้เลาๆนะคะ แต่บางทีถ้าผลการตัดสินไม่ได้ออกมาอย่างน่าตื่นเต้นหรือตกใจก็อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องนำ หรือถ้าคุณทักษิณ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แบบเต็มๆเสียงชัดถ้อยชัดคำ ก็อาจจะไม่ได้กลายเป็นประเด็นเด่นของวันก็ได้
สรุปเอาแบบดื้อๆว่า ก็ต้องเตรียมอารมณ์ ทำใจให้พร้อมกัน ในแต่ละวันล่ะคะ สำหรับการผลิตและจัดรายการข่าวสดๆ แบบ ที่นี่...ทีวีไทย

26.10.08

โอบามา vs แมคเคน: ศึกปะทะเท้าไฟ

ขับเคี่ยวกันทางความคิด และวาจา กันมานานหลายเดือน ถึงเวลาแล้วที่บารัค โอบามา ต้องดวลลีลา

เท้าไฟ กับ จอห์น แมคเคน เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นผู้นำสหรัฐ....

ลีลาเหลือร้ายทั้งคู่!

23.10.08

ลีลาส่ายสะโพกของโอบามา

โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐ ผู้สมัครต้องทุ่มเทเต็มตัวค่ะ ใครขอให้ทำอะไรก็ต้องทำ

โดยเฉพาะถ้าเป็นคำขอจากพิธีกรตลกหญิงชื่อดังอย่าง Ellen DeGeneres ที่ขอให้โอบามามาร่วมรายการ และแถมยังแซวลีลาเต้นรำของโอบามาด้วยว่า อาจจะสู้ของภรรยามิเชลไม่ได้

งานนี้โอบามายอมแพ้ภริยาตัวเอง แต่มั่นใจมากๆว่ายักย้ายส่ายสะโพกได้เจ๋งกว่าแมคเคนแน่ๆ ^-^

เสียงตามสายจาก...ทักษิณ


ยามนี้พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร จะทำจะพูดอะไรก็ยิ่งเป็นข่าวค่ะ โดยเฉพาะหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรีจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตจัดซื้อทีดินรัชดา

จากคำให้สัมภาษณ์เมื่อสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กับสำนักข่าวรอยเตอร์ คุณทักษิณ บอกว่า กำลังหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมาย เกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ในคดีที่ดินต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คุณทักษิณบอกว่า

"ไม่ออกแถลงการณ์แล้ว แต่ผมจะ phone in เข้ามาพูดกับประชาชน ประมาณ 20 นาที"

หมายถึงว่า จะโทรศัพท์จากต่างประเทศมาคุยกับผู้ร่วมชุมนุมของรายการความจริงวันนี้สัญจร ที่ใช้ชื่อ
"ความจริงวันนี้ ต้านรัฐประหาร" ในวันที่ 1 พฤศจิกายน

คุณทักษิณพูดถึงเรื่องการขอลี้ภัยด้วย ที่ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่ากำลังทำเรื่องขอลี้ภัยอยู่ แต่คุณทักษิณพูดอีกแบบ โดยบอกว่า "เรื่องลี้ภัยไม่มี เพราะใช้วีซ่านักท่องเที่ยวอยู่ ผมเดินเข้าออกอังกฤษประจำ ผมได้รับเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาในหลายประเทศ บางทีก็เสนอให้ไปอยู่ด้วย บางทีเสนอให้เป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาความยากจน"

แต่ที่ชัดเจนเห็นจะเป็นเรื่องจังหวะที่จะรอกลับประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าคุณทักษิณชัดเจนย้ำจุดยืนเดิมที่เคยเขียนแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะกลับเมืองไทยเมื่อถึงเวลาเหมาะสม ในครั้งนี้คุณทักษิณบอกว่า
"ยังไม่กลับตอนนี้ กลับได้อย่างไร กลับก็ถูกจับ สิ่งที่เขาทำกับผมทั้งหมด ก็เพื่อไม่ให้ผมอยู่ในประเทศ เป็นผลงานของคณะปฏิวัติ...ขั้นต่อไปก็คือการยุบพรรค"

ดูแล้วการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแรงกระเพื่อมจากกรุงลอนดอน มาถึงประเทศไทย ก็คงจะไม่จบง่ายๆค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะ "phone in" ในวันที่ 1 พฤศจิกายนหรือไม่ เพราะกระแสจากทางฝั่งไทยเองก็มีอยู่มิใช่น้อย

20.10.08

ดู...ความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกา วันที่ 21 ตุลาคม 2551


ช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องนับถอยหลังกันมากมายค่ะ แต่คงไม่มีอะไรที่จะเท่ากับการฟังคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์วันพรุ่งนี้ (21 ตุลาคม 2551) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตอนนี้ก็เหลืออีกประมาณ 14 ชั่วโมงค่ะ ก็จะได้ฟังรายละเอียดการพิจารณาคดีขององค์คณะผู้พิพากษาในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก บนเนื้อที่ 33 ไร่ มูลค่า 772 ล้านบาท

ทำไมต้องเป็นคดีประวัติศาสตร์?

เพราะว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ตกเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับในคดีนี้

ถ้าอดีตผู้นำประเทศและภรรยา เพียงสองท่านเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็อาจจะไม่มีคนคอยติดตามความเคลื่อนไหวของคดีมากขนาดนี้

แต่คดีนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีจุดยืนคนละขั้วอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กลุ่มแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ

และเกียวข้องกับอนาคตของทั้งคุณทักษิณและคุณหญิงพจมาน และการขอลี้ภัยทางการเมืองในประเทศอังกฤษ

และเกี่ยวข้องกับชะตาของประเทศไทย

เดิมพันครั้งนี้สูงมากค่ะ และเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ผู้คนจำนวนมากก็จะต้องคอยฟังรายละเอียดว่าองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำตัดสินในคดีนี้อย่างไร

อีกอึดใจเดียวก็จะได้ทราบกันแล้ว

ติดตามความวุ่นวายทางการเมืองที่หลายๆฝ่ายกำลังหาทางปลดล๊อค แล้วพอได้อ่านความคิดของท่านพุทธทาสภิกขุ แล้วก็อดไม่ได้ค่ะที่จะเปรียบเทียบกับนักการเมืองในเมืองไทย ขอยกข้อเขียนของท่านพุทธทาสจากหนังสือ การเมืองคืออะไร ? มา ณ ที่นี้ค่ะ ท่านตั้งคำถามว่า

"...มีใครสักกี่คน ที่เป็นนักการเมือง เพื่อเอาบุญ, ด้วยการมุ่งสร้างสันติภาพขึ้นในโลก? และมีกี่คนที่เป็นนักการเมือง เพื่อ ตัวกู-ของกู, และมีผลกลายเป็นเรื่องของ กิน-กาม-เกียรติ, ชนิดที่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว. "

น่าจะเป็นคำถามที่ใช้ได้ไปตลอดกาลสำหรับผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กำลังถามหาสันติภาพกันเช่นในเวลานี้

19.10.08

จับตาคดีดัง ใน 40 ชั่วโมง


อีก 40 ชั่วโมง จากนาทีที่ดิฉันเขียนบล็อกอยู่นี้ก็จะถึงนัดหมายสำคัญอีกวันหนึ่ง
กับคดีดังของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 14.00 น. โดยพันตำรวจโททักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นจำเลยในคดี

ก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองไปแล้ว เพราะไม่มาฟังคำพิพากษาคดีการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 17 กันยายน

โดยรายละเอียดของคดีคือ จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 100 และ 122 ประมวลกฎหมายอาญามาตาร 33, 83, 86, 91, 152 และ 157 จากกรณีที่คุณหญิงพจมานเข้าประมูลซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก 4 แปลง มูลค่า 772 ล้านบาทเศษจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

อย่างที่ทราบกันนะคะว่าตอนนี้จำเลยทั้งสองกำลังทำเรื่องขอลี้ภัยอยู่ในประเทศอังกฤษ และสำหรับพันตำรวจโททักษิณ หมายจับที่ออกมานี้เป็นใบที่สามแล้ว

และคดีนี้ที่ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษากันในวันที่ 21 ตุลาคม เป็นคดีที่มีความสำคัญเพราะถึงศาลฎีกาแล้ว จะอุทธรณ์ไม่ได้แล้ว คำสั่งศาลถือเป็นคำตัดสินสูงสุด

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่กำลังเชี่ยวกรากอยู่ขณะนี้ ถึงแม้จะได้เห็นภาพผู้บัญชาการทหารบกนั่งคุยกับนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปแล้วในวันนี้ ก็ยังไม่แน่นักว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ไปในอีก 40 ชั่วโมง

ด้านหนึ่งพันธมิตรบอกว่าจะใช้กลยุทธดาวกระจายอีกครั้งในวันจันทร์ ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช ก็ยังไม่สลายการชุมนุม

สถานการณ์ทางการเมืองอ่อนไหวเป็นอย่างยิ่งในห้วงเวลานี้






18.10.08

จับตาท่าที นายก vs แม่ทัพบก

สถานการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะการเมืองกำลังอ่อนไหว และเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็วค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้หลายคนจับตามองว่านายกรัฐมนตรี และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก จะเดินทางไปเยี่ยมทหารไทย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมกันหรือไม่
ปรากฎว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้เดียว โดยไม่มีผู้บัญชาการทหารบกไปด้วย
อาจจะกำลังวัดใจกันอยู่นะคะ หลังจากเกิดปรากฎการณ์ "ปฏิวัติเงียบ" ของผู้นำเหล่าทัพเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม และตามมาด้วย "ปฎิบัติการแถลงข่าวพร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล" ช่วงเย็นวันที่ 17 ตุลาคม
เป็นคมเฉือนคมผ่านหน้าจอโทรทัศน์กันในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงค่ะ
ขณะที่ทางฝ่ายกองทัพพร้อมกันแสดงจุดยืน บอกเป็นนัยว่า รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รัฐบาลก็แสดงจุดยืนที่ชัดเจนเช่นกันว่าจะไม่ยุบสภา ไม่ลาออก (อย่างน้อยก็ในช่วงนี้ไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง สสร 3 และแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จ)
กองทัพกับรัฐบาลกำลังยืนอยู่คนละขั้วจนยากจะประสานหรือไม่???? ความเคลื่อนไหวแบบนี้รอกันเป็นวันก็คงจะไม่ไหวค่ะ คงต้องตามกันชั่วโมงต่อชั่วโมง
และพื้นที่ของสื่อ ก็จะเป็นอีกพื้นที่ที่จะได้เห็นความเคลื่อนไหวในสาธารณะ (public sphere) แต่ก็คงจะมีรายละเอียดอีกมากมายที่ไหลผ่านไปผ่านมาในพื้นที่ส่วนตัว (private sphere) ที่สาธารณะชนมิอาจล่วงรู้ได้ถึงการพูดคุย เจรจา ในหลายๆเรื่อง
ก็ต้องคอยตามกันต่อจริงๆค่ะ เพราะ 15 วันที่นายกรัฐมนตรีสมชาย บอกให้รอดูผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอาจจะช่วงเวลาที่เนิ่นนานเกินไปก็ได้

17.10.08

"ปฏิวัติเงียบ" แบบดังๆ

เชื่อว่าหลายๆท่านก็คงจะได้เห็นภาพของการ "ปฏิวัติเงียบ" ของบรรดาผู้นำเหล่าทัพที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ที่สัมภาษณ์โดยคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ไปแล้วเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 ตุลาคม

เห็นภาพแล้วอยากจะเรียกว่า "ปฏิวัติทางทีวี" ค่ะ เพราะแทนที่จะเป็น silent coup กลับน่าจะเป็น tv coup ที่เป็นการประกาศจุดยืน ด้วยภาพของเหล่าแม่ทัพผ่านหน้าจอทีวี

แค่เพียงปรากฎตัวพร้อมๆกันหน้าจอโทรทัศน์ ในยุคที่ข่าวสารบ้านเมืองส่งถึงกันทั้งทาง วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนต ส่งข้อความ บล๊อก โทรศัพท์มือถือ ก็ทำให้เห็นภาพของความพร้อมเพรียงของผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงศ์ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ

คงจะได้เห็นภาพการผลิตซ้ำของคำพูดของผู้บัญชาการทหารบก อีกหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในประโยคเด็ด ที่บอกว่า "เป็นผมลาออกไปแล้ว"

ก็เป็นเสียงสะท้อนๆที่ดังๆฟังชัดๆ ของผู้นำทหารในยามนี้ หลังจากเกิดความรุนแรงจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ตอนนี้ทุกฝ่ายต่างจับจ้องไปที่การตรวจสอบว่าใครคือผู้บัญชาการในคืนวันที่ 6 ตุลาคม เพื่อให้ใช้กำลังเข้าปราบการชุมนุม

เสียงของ "ปฏิวัติเงียบ" ครั้งนี้ จึงดังกระหึ่มอยู่ทั่วเมืองไทยในขณะนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ยินหรือไม่ หรืออาจจะตั้งใจไม่ได้ยิน (หรือเปล่า)?

12.10.08

แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีสมชาย เต็มไปด้วยความคลุมเครือ

ช่วงนี้เชื่อว่าท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะต้องตื่นตัวเป็นอย่างมาก เพราะเกิดความเคลื่อนไหวที่สำคัญๆเกิดขึ้นตลอดเวลา

เชื่อว่าหลายท่านอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะใช้กลยุทธที่กลุ่มเรียกว่าดาวกระจาย ไปปิดล้อมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทุกสายคงจะไม่จับจ้องการเคลื่อนการชุมนุมมากขนาดนี้ถ้า…

…ถ้าไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ตำรวจใช้แกสน้ำตาสลายการชุมนุมของพันธมิตรที่เคลื่อนไปที่หน้ารัฐสภา และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 2 คน และ บาดเจ็บไปถึง 478 คน

…ถ้าตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือ นปช ไม่ได้นัดรวมพลจัดกิจกรรมกันตลอดสุดสัปดาห์และบอกว่าจะจัดต่อไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม

….ถ้านายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะพูดชัดเจนหรือแถลงให้แจ่มแจ้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับการสั่งการในวันที่ 7 ตุลาคม

คำถามที่สังคมกำลังต้องการคำตอบอย่างชัดเจนและแม่นยำ คือ ขั้นตอนการสั่งการในการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคมเป็นอย่างไร และ ใครจะต้องรับผิดชอบ

6 วันเต็มๆแล้วนะคะที่สังคมพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่จนถึงนาทีนี้ ยังไม่ได้ยินอะไรทีชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว

การแถลงข่าวที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่เวลา 20.30 น. ที่จัดแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ กลับไม่มีเรื่องนี้อีกอย่างที่น่าจะมี เพราะนี่เป็นการแถลงการณ์ด่วน นายกรัฐมนตรีพูดแค่เพียงว่าได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสองชุดเพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อการเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้น

จะไม่ช้าไปหน่อยเหรอคะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว 6 วัน ดิฉันเพียงแต่หวังว่าจะมีถ้อยคำ มีข้อมูล มีความชัดเจน ออกมาจากผู้นำประเทศมากกว่านี้ในการแถลงการณ์ด่วน

ตอนนี้แม้แต่หน้าตาของคณะกรรมการอิสระก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีใครเข้ามาทำหน้าที่ และจะดำเนินการอย่างไร

ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มปิดทางเข้าบริเวณด้านข้างและด้านหน้าแล้วนะคะ และมีรายงานว่าจะเปิดอีกครั้งในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ตั้งแต่ตีห้า

แต่ล่าสุดทางพันธมิตรบอกว่าจะเลื่อนการเคลื่อนขบวนออกไปก่อน วันที่ 13-14 ตุลาคมก็จะงดออกไปก่อน

การเผชิญหน้าก็จะได้ชะลอออกไปก่อน แต่ว่ารากของปัญหาที่แท้จริงก็กำลังรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนค่ะ