
โลกของผู้สื่อข่าว ตอนนี้เต็มไปด้วยโอกาสที่เปิดรออยู่มากมาย เมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ “เอื้อ” ต่อการรายงานมากขึ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้องวีดีโอ บล๊อค อินเตอร์เนต ผู้สื่อข่าวแต่ละคนทำงานกันแบบครบวงจรได้ในคนคนเดียวมากขึ้นนะคะ โดยเฉพาะนักข่าวทีวี
แต่โอกาสที่เปิดมากขึ้นก็อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน เพราะเมื่อมีพื้นที่ให้ทำข่าวแบบลุยเดี่ยว และ เข้าไปในพื้นที่ที่ต้องห้ามได้มากขึ้น ความปลอดภัยหรือหลักประกันอาจจะลดน้อยลง
อย่างกรณีของผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันสองคน ลอร่า หลิง และ ยูน่า ลี ตอนนี้ถูกกักกันอยู่ที่เกาหลีเหนือมาเข้าเดือนที่สามแล้ว สำหรับประเทศต้องห้ามอย่างเกาหลีเหนือ แค่เข้าไปได้นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายแล้วนะคะ บทวิเคราะห์ของ New York Times ระบุว่า ผู้สื่อข่าวทั้งสองไม่ได้ทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ใหญ่ๆ หรือหนังสือพิมพ์ชั้นนำ แต่ทำงานให้กับ Current TV ซึ่งเป็นช่องที่ออกอากาศในรูปแบบผู้สื่อข่าวอิสระนำเสนอเรื่องราวผ่าน เวปไซต์ยอดฮิต YouTube
รายงานระบุว่าผู้สื่อข่าวทั้งสองกำลังรายงานเรื่องผู้อพยพเกาหลีเหนือ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนไปเจอเข้าก็เลยถูกสั่งห้าม สัปดาห์ที่แล้วผู้สื่อข่าวทั้งสองถูกสั่งจำคุก 12 ปี ตอนนี้น่าจะมีแต่หนทางทางการทูตที่จะช่วยเธอทั้งสองได้ค่ะ
ด้านหนึ่งมีรายงานว่าทาง Current TV ก็กำลังหาทางช่วยผู้สื่อข่าวทั้งสอง แต่ก็ไม่อยากให้เป็นข่าวมากเพราะเรื่องนี้ และอ่อนไหว และเกรงว่าทั้งสองจะยิ่งเดือดร้อน
ผู้สือข่าวทั้งสองไม่ธรรมดานะคะ หลิง เป็นรองหัวหน้าในหน่วยงานของเธอที่เคยได้รับรางวัลมาแล้วจากรายงานสืบสวนสอบสวนเรื่อง เหตุรุนแรงในรัสเซียยุคนาซีใหม่ ทางคุณลี เป็นบรรณาธิการและมีประสบการณ์ในการทำภาพยนต์และทีวีมาก่อนด้วย เหตุมาเกิดเมื่อทั้งสองลงพื้นที่ทำงานโดยที่ไม่มีองค์กรสื่อสนับสนุนอยู่ ตรงนี้ต่างจากเวลาที่ผู้สื่อข่าวบีบีซี อย่าง Alan Johnston เคยได้รับความช่วยเหลือตอนที่ถูกลักพาตัว ที่ฉนวนกาซ่าเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นบีบีซี ทั้งองค์กรร่วมกันทำโครงการรณรงค์ และ เรียกร้องผ่านสื่อต่างๆพร้อมๆกัน่ จนในที่สุดจอห์นสตันก็ได้รับการปล่อยตัวค่ะ
และก่อนหน้านี้ไม่นานฟรีลานซ์อเมริกันเชื้อสายอิหร่าน Roxana Saberi ก็เพิ่งจะได้รับการปล่อยตัว หลังจากเป็นข่าวไปทั่วโลก และช่วยกดดันรัฐบาลอิหร่านให้ปล่อยตัวเธอจากที่ตอนแรกตัดสินจำคุกนานหลายปีในข้อหาเป็นสายลับให้กับทางการสหรัฐ
เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำแบบนี้คงหยุดผู้สื่อข่าวไม่ให้ทำงานแบบเสี่ยงๆไม่ได้ค่ะ ในทางตรงกันข้ามน่าจะยิ่งเป็นเรื่องท้าทายให้ทำงานกันอย่างแข็งขันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะลืมนึกถึงความปลอดภัยของตนไม่ได้โดยเฉพาะการรายงานในสถานการณ์ขัดแย้งและในพื้นที่ที่เสี่ยงมากกว่าปกติค่ะ